7 กฎเหล็ก เลือกเพชรให้มัดใจคนรัก


1. สีสันของเพชร

ไม่ต้องไปเสาะแสวงหาเพชรเม็ดงามที่เลอค่าด้วยสีสันสดใส เพราะเพชรที่จะดูดีมีระดับต้องไม่มีสี เพชรที่ปราศจากสีสันจะมีมูลค่ามากที่สุด ด้วยจากการจัดเรียงมูลค่าของเพชรจากสีสันนั้นเริ่มจาก D-Z ซึ่ง D จะคือกลุ่มเพชรที่มีสีน้อยที่สุด ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงที่สุดเช่นกัน และมูลค่าก็ต้องสูงตามไปด้วย ในขณะที่ Z นั้นคือกลุ่มเพชรที่มีสีเหลือง ซึ่งหมายถึงเพชรที่มีหินปูนค่อนข้างมาก

 

2. ความโปร่งใสของเพชร

เพชรที่จะสมบูรณ์แบบต้องมีความโปร่งใส เรียบเนียน และมีประกายที่งดงาม ไม่มีตำหนิในจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะหาเพชรเม็ดไหนให้ไม่มีตำหนิ หรือโปร่งใสได้อย่างแท้จริง คุณอาจจะต้องอาศัยเครื่องมือมาช่วยสักหน่อย ซึ่งก็มีเกร็ดเล็ก ๆ พอให้ได้ประดับความรู้ว่าถ้าค่าของความโปร่งใสของเพชรออกมาว่า FL นั่นหมายถึงมีตำหนิน้อยมากหรือแทบจะไม่มี SI1 และ SI2 หมายถึงเพชรที่มีตำหนิเล็กน้อย VVS 1 หรือ 2 หมายถึงเพชรที่มีตำหนิปานกลาง ในขณะที่ I1, I2 และ I3 หมายถึงเพชรที่ไม่มีความสมบูรณ์

 

3. น้ำหนักเพชร (กะรัต)

เวลาที่มีผู้ชายนำแหวนเพชรมาหมั้นหมายหญิงสาว ก็มักจะมีผู้สังเกตการณ์สอบถามว่าเพชรเม็ดนั้นกี่กะรัต ซึ่งคำว่า 'กะรัต' นั้นเป็นการเรียกแทนน้ำหนักของเพชร เราต้องมาทำความเข้าใจกันสักนิดว่าเพชรที่จะซื้อนั้นจะต้องมีกี่กะรัตถึงจะพอเหมาะพอดีกับเจ้าสาวในอนาคต หากจะวัดด้วยสายตาก็อาจจะใช้ได้ เพราะเพชรยิ่งเม็ดใหญ่ยิ่งมีน้ำหนักมาก ซึ่งหนึ่งกะรัตจะเท่ากับ 0.2 กรัม นั่นหมายความว่ายิ่งมีขนาดใหญ่เท่าไรก็มีกะรัตมากเท่านั้น

 

4. เหลี่ยมของเพชร

การเจียระไนเพชรถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการที่จะทำให้เพชรมีมูลค่าสูงหรือต่ำ แต่ตามหลักแล้วจะต้องเลือกเพชรที่มีการเจียระไนที่เหมาะสม ไปในทิศทางเดียวกับเนื้อเพชร ซึ่งมันจะเผยความงดงามของเพชรออกมาอย่างดีที่สุด จะเห็นเป็นประกายที่งดงาม สะท้อนเข้าดวงตาอย่างทรงพลัง ทำให้เราจ้องโดยไม่ละสายตาได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญพอสมควรในการแยกแยะว่าเพชรเม็ดไหนมีการเจียระไนอย่างดี

 

5. ใบรับรองเพชร

รู้กันไว้ก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้านเพชรสักนิด ว่าเพชรทุกชิ้นจะต้องมาพร้อมกับใบรับรองเพชร ซึ่งจะอธิบายคุณสมบัติของเพชรเม็ดนั้นอย่างละเอียดยิบ ตั้งแต่สีสัน เหลี่ยมของเพชร คุณภาพ น้ำหนักของเพชร (กะรัต) นำเข้าจากประเทศอะไร มีการเจียระไนโดยบริษัทหรือองค์กรไหน ฯลฯ หากคุณต้องการความเชื่อมั่นว่าเพชรที่คุณถืออยู่ในมือและพร้อมที่จะซื้อมันนั้นเป็นเพชรแท้จริงหรือไม่ ก็จงมองหาใบรับรองเพชรจาก The Gemological Institute of America (GIA)

 

6. สังเกตเพชรให้มากขึ้น

ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเพชร มักจะรู้กันดีว่าเพชรมักจะโดดเด่น มีสง่าราศี เปล่งประกายได้อย่างเจิดจรัสบนพื้นสีดำ ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้ซื้ออย่างเราหลงใหลได้อย่างง่ายดาย มองไม่เห็นข้อบกพร่องของเพชรเม็ดนั้น ซึ่งนี่จะเป็นกลยุทธ์ที่ร้านจำหน่ายเพชรมักจะนำมาใช้เพื่อการดึงดูดลูกค้า เพราะฉะนั้นจงขอดูเพชรบนพื้นหลังสีขาว เพื่อที่จะได้พินิจพิจารณาความงดงามที่แท้จริงของเพชรได้อย่างชัดเจน

 

7. ราคาของเพชร

ถ้าคุณยังเชื่อในโปรโมชั่นและของราคาถูก คุณจะไม่มีทางได้ของที่ดีที่สุดแน่นอน หากต้องการสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อใครสักคนที่คุณรักที่สุดมันก็ต้องใจป้ำ กล้าลงทุนกันสักหน่อย ประโยคที่ว่า 'ของดีราคาถูก' จะใช้ไม่ได้กับสินค้าอย่างเพชรแน่นอน เพราะเพชรน้ำดีจะต้องมีราคาสูง ด้วยเพชรเม็ดนั้นมีคุณสมบัติและคุณค่าที่ดีมาก ๆ หายากและไม่เหมือนใคร ผ่านการออกแบบ การคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะนำเพชรที่มีคุณภาพดีขนาดนี้มาลดราคา เพราะฉะนั้นหากมีโปรโมชั่นเกี่ยวกับเพชรก็ต้องอ่านข้อมูลจากใบรับรองเพชรอย่างละเอียด หรือพาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญไปช่วยเลือกซื้อ

 

และแน่นอนว่าไม่ว่าเพชรจะมีคุณสมบัติดีมากแค่ไหน แต่การที่คุณจะต้องควักเงินออกจากระเป๋าก็ต้องอยู่ที่ความพอใจของคุณเป็นสำคัญ โดยเฉพาะงบประมาณที่แต่ละคนนั้นมีมากน้อยไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่าของทุกชิ้น สิ่งของทุกอย่าง ไม่ว่าจะมีมูลค่าสูงหรือต่ำ แต่คุณมอบให้เขาด้วยใจ และถ้าอีกฝ่ายรักคุณจริง ของชิ้นนั้นก็จะมีคุณค่าและความหมายสำหรับเธอมากเช่นกัน


Cr.www.kapook.com

Comments

Add comment

Please login or register to comment